บทที่ 8 ระวังมากกว่าเดิม
เจียงหว่านอี๋ได้ยินแล้วกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรทิ่มแทงหู ได้รับบาดเจ็บเพราะถูกลงโทษ
ผู้ที่สั่งลงโทษก็คือนาง พูดต่อหน้านางเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร?
“เขามียาแล้ว”
“แต่ยาของข้า..”
“ของเจ้าดีกว่าของข้าหรือ?”
เจียงซูเหยานิ่งไปไม่รู้ควรตอบอย่างไร ได้แต่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“ถ้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นก็กลับไป”
เจียงหว่านอี๋กล่าวอย่างไม่อดทน เด็กหญิงตรงหน้าก้มศีรษะลง ดูน่าสงสารยิ่งนัก
“พี่ใหญ่ ข้าเพียงเป็นห่วงเขา”
เจียงหว่านอี๋เริ่มทนไม่ไหว เหตุใดคนผู้นี้จึงพูดยากนัก นางเหลือบมองตลับยาในมือสาวใช้
ก่อนยื่นมือออกไป “ชิงเถา” ไม่ต้องอธิบายแม้แต่คำเดียว ชิงเถาก็ก้าวออกไปทันที
สาวใช้ของเจียงซูเหยาถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ชิงเถายื่นมือไป
“เอามา”
อีกฝ่ายลังเล เจียงซูเหยารีบกล่าว “พี่ใหญ่ นั่นเป็นของที่ข้าเตรียมไว้ให้พี่จิ่งเหิง”
“แล้วอย่างไร”
“เช่นนั้นท่าน...”
“ข้าจะเอา”
เหตุผลสั้นเสียจนไม่มีผู้ใดเถียงต่อได้ สาวใช้ของเจียงซูเหยายังกอดของเอาไว้แน่น
ฉินหมัวมัวที่ยืนเงียบมาตลอดจึงก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว
“คุณหนูใหญ่พูดแล้ว”
น้ำเสียงของนางไม่ได้ดัง แต่สาวใช้ผู้นั้นกลับหน้าซีดเผือด รีบส่งของให้ชิงเถา
เจียงหว่านอี๋พอใจ นางหันไปมองเจียงซูเหยา อีกฝ่ายยืนก้มหน้า ขอบตาแดงเรื่อ
ดูราวกับถูกกลั่นแกล้งและไม่อาจถอยหนี ซึ่ง...ก็ถูกกลั่นแกล้งจริง ๆ
เจียงหว่านอี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรู้สึกว่าช่างเถอะ อย่างไรเสียชื่อเสียงของนางก็ไม่เคยดีอยู่แล้ว
จะเพิ่มอีกเรื่องก็ไม่ต่างสักเท่าไหร่
“กลับเรือนเจ้าไป”
“พี่ใหญ่...”
“หรืออยากให้ข้าส่งคนไปบอกหลิ่วอี๋เหนียงว่าเจ้าไม่ยอมกลับ?”
เจียงซูเหยาเม้มปาก ก่อนยอบกาย
“ซูเหยาเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงหมุนตัวจากไปพร้อมสาวใช้ เจียงหว่านอี๋มองตามแผ่นหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้เพราะเหตุใด
นางรู้สึกว่าภาพนี้คุ้นตาทั้งยังทำให้นางวุ่นวายใจ ชาติที่แล้วดูเหมือนจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง
เจียงซูเหยาร้องไห้ นางรังแก คนอื่นสงสารเจียงซูเหยา แล้วนางก็ยิ่งรังแกหนักกว่าเดิม
แต่รายละเอียดว่าเริ่มจากอะไร นางกลับจำไม่ได้แล้ว
“คุณหนู”
เสียงชิงเถาดึงความคิดกลับมา
“ของพวกนี้จะทำอย่างไรเจ้าคะ?”
เจียงหว่านอี๋มองกล่องขนมกับตลับยาในมือสาวใช้
“...”
จริงด้วย นางแย่งมาทำไม? จะเอากลับไปกินเองหรือ? ยาใช้ไม่ได้ ขนมก็ไม่รู้ว่าอร่อยหรือไม่ทิ้งไปก็เสียดาย
เจียงหว่านอี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันมองทางที่ทอดไปยังเรือนตะวันตก
ชิงเถามองตาม
ฉินหมัวมัวเองก็มองตามเช่นกัน
“คุณหนูจะไปเรือนคุณชายเซี่ยหรือเจ้าคะ?”
เจียงหว่านอี๋เงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อวานนางพูดไว้ว่าจะมาดูเอง วันนี้ก็ออกจากเรือนมาแล้วเดินอีกไม่กี่ก้าวก็ถึง
ดังนั้น...ไม่นับว่านางตั้งใจมาหาเขา
“ไป”
ขบวนเล็ก ๆ จึงเปลี่ยนทิศ เซี่ยจิ่งเหิงกำลังคัดตำราอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินเสียงด้านนอก
เขาก็วางพู่กันลง เพียงไม่นาน เจียงหว่านอี๋ก็ปรากฏตัวที่ประตู ครั้งนี้ไม่ได้มาคนเดียว
ด้านหลังมีสาวใช้ถือของพะรุงพะรัง อีกทั้งยังมีฉินหมัวมัวตามมาด้วย
เซี่ยจิ่งเหิงมองนาง เจียงหว่านอี๋ก็มองเขาสิ่งแรกที่นางสังเกตคือสีหน้าของเขาดีกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
ดูท่า..น่าจะใช้ยาแล้ว นางรู้สึกพอใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“คุณหนูใหญ่”
เซี่ยจิ่งเหิงลุกขึ้น
เจียงหว่านอี๋เดินเข้าไป แล้วหันไปหาชิงเถา
“วางไว้”
ชิงเถาวางกล่องขนมกับตลับยาลงบนโต๊ะเซี่ยจิ่งเหิงมองของเหล่านั้น จากนั้นมองนางอีกครั้ง “นี่คือ?”
เจียงหว่านอี๋อึ้งไป จะบอกว่าแย่งมาจากเจียงซูเหยาก็ดูเสียเชิง อีกอย่าง หากเขารู้ว่าเจียงซูเหยาตั้งใจมาเยี่ยม
แล้วเกิดซาบซึ้งขึ้นมาจะทำอย่างไร? ไม่ได้! นางจึงตอบโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
“ของเหลือ”
เซี่ยจิ่งเหิงมองกล่องขนมที่ผูกเชือกอย่างประณีต แล้วมองตลับยาที่ยังไม่เคยเปิด ของเหลือ?
เจียงหว่านอี๋เห็นสายตาของเขาก็เริ่มร้อนตัว
“มองอะไร”
“ไม่ได้มองอะไร”
“เช่นนั้นก็เก็บไว้”
เขารับคำง่ายเกินคาด เจียงหว่านอี๋พอใจขึ้นอีกหลายส่วน อย่างน้อยวันนี้ก็ว่าง่ายกว่าเมื่อวาน
นางกำลังจะหมุนตัวกลับ พลันนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้ “ยาเมื่อวาน ใช้แล้วหรือยัง?”
เซี่ยจิ่งเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ
“ใช้แล้ว”
เจียงหว่านอี๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก วันนี้นางทำสำเร็จไปอีกหนึ่งเรื่อง เซี่ยจิ่งเหิงไม่ตาย ยาไม่เสียเปล่า
และนางเองก็รักษาคำพูดที่ว่าจะมาดู
นับจากวันนี้เป็นต้นไป...นางควรอยู่ห่างเขาได้เสียที
เจียงหว่านอี๋หันหลังเดินออกจากเรือนอย่างอารมณ์ดี ด้านหลัง เซี่ยจิ่งเหิงยังยืนอยู่ที่เดิม
สายตาของเด็กหนุ่มเลื่อนจากประตูไปยังของบนโต๊ะ ยาหนึ่งตลับ ขนมหนึ่งกล่อง
เมื่อวานคุณหนูใหญ่บอกว่าจะมาดูว่าเขาใช้ยาหรือไม่ วันนี้นางก็มาจริง ๆ ทั้งยังนำของมาให้อีก
เซี่ยจิ่งเหิงมองอยู่นาน ความระแวงในดวงตาไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม...กลับระมัดระวังมากกว่าเดิมเสียอีก
